Automatic Cardboard Lamp

ประดิษฐ์โคมไฟเปิดปิดอัตโนมัติด้วยกระดาษลัง

เชื่อว่าทุกๆบ้านนั้นต้องมีโคมไฟกันอยู่ทุกบ้านอยู่แล้ว แต่ท่านผู้อ่านเคยมีความรู้สึกไหมว่ามันมีรูปทรงที่เหมือนหรือคล้ายๆกันหมดเลย อยากจะมีโคมไฟสวยๆแปลกๆตามสไตล์เราก็ไม่มียี่ห้อไหนทำมาตามใจเราเลย แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดีหละถึงจะมีโคมไฟแบบแปลกๆแหวกแนวเอาไว้ประดับตกแต่งบ้านของตัวเอง ถ้าเรามีความรู้สึกเบื่อเหมือนกันแบบนี้ผมว่าเรามาเริ่มลงมือทำโคมไฟกันเองดีกว่า เพื่อตอบโจทย์ทั้งหลายที่ที่ผ่านมา หลายคนคงถามว่าเอะมันจะยากเกินไปไหม แล้ววัสดุจะหาจากไหน ผมว่าเราตัดปัญหาเหล่านี้ออกไปได้เลยเพราะมันง่ายกว่าที่ท่านผู้อ่านคิดไว้เยอะเลย คงจะสงสัยกันแล้วว่ามันคืออะไรอย่างไง อย่าเสียเวลาเลยเราไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ

โครงงานชิ้นนี้เป็นโครงงานออกไปทางแนว DIY เพราะเรานำเพียงแค่กล่องลังธรรมดาๆ มาทำเป็นโคมไฟตามลวดลายที่เราชอบ แถมยังไม่ต้องไปเปลืองเงินวัสดุต่างๆมากมายด้วยเพราะส่วนประกอบส่วนใหญ่นั้นมีติดบ้านกับแทบทุกหลังอยู่แล้วแต่ไหนๆก็จะทำอะไรเล่นทั้งทีผมก็แอบทำอะไรเพิ่มเติมเข้าไปในเจ้าโคมไฟตัวนี้ด้วยเพื่อให้มันสามารถเปิดเองได้เมื่อตรวจพบความเคลื่อนไหวและจะดับเองเมื่อเราไม่อยู่ในพื้นที่ใกล้ๆนั้นด้วย ชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมละครับว่าแล้วเราก็ไปดูอุปกรณ์ที่ใช้ทำกันเลย

รายการอุปกรณ์
1. กล่องลังกระดาษ
2. แผงวงจร Relay1i 5V
3. โมดูลตรวจจับความเคลื่อนไหว PIR
4. แผงวงจร i-Box3
5. อะแดปเตอร์ไฟตรง 6.5 V.
6. แผ่นพลาสวูดหนา 5 มม.
7. สายไฟ
8. หลอดไฟ LED 3.5w. warm white ขั้วเกลียว
9. ขั้วเกลียวใส่หลอดไฟ
10. กาวลาเท็กซ์

ขั้นตอนการสร้าง
(1) นำลังกระดาษมาตัดออกให้เหลือขนาด 25×25 ซม. และตีเส้นแบ่งช่องละ 1 ซม. จำนวน 5 แผ่นดังรูปที่ 1

cardboard-lamp-001

(2) ตัดกระดาษลังตามช่องที่ตีเส้นไว้ทั้ง 5 แผ่นดังรูปที่ 2

cardboard-lamp-002

(3) นำกระดาษลังที่เราตัดแล้วมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ให้ได้ลวดลายตามต้องการแล้วติดด้วยกาวลาเท็กซ์ ( อาจจะลายเดียวกันทั้ง 5 แผ่นก็ได้ ตามแต่ท่านผู้อ่านจะออกแบบ ) ดังรูปที่ 3

cardboard-lamp-003

(4) เมื่อได้ลายที่เราต้องการแล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันทั้ง 5 แผ่นตามรูปที่ 4

cardboard-lamp-004

(5) ตัดกระดาษลังขนาด 25×25 cm. อีก 1 แผ่น และเจาะขนาดแค่พอสายไฟเข้าไปต่อกับขั้วหลอดไฟแบบเกลียว ( E27 ) ตามรูปที่ 5

cardboard-lamp-005

(6) นำแผ่นพลาสวูดขนาด 13×11 cm. มาเจาะรูให้สายไฟรอดไปอีกฝั่งนึงของจุดที่ติดหลอดไฟเพื่อกันความร้อนระหว่างบอร์ดกับกระดาษลังตามรูปที่ 6

cardboard-lamp-006

(7) ปอกสายไฟที่ร้อยผ่านแผ่นพลาสวูดมาต่อเข้ากับแผงวงจร Relay1i 5V. ตามรูปที่ 7

cardboard-lamp-007

(8) ถอดอะแดปเตอร์ไฟตรง 6.5 โวลต์ ออกและเชื่อมต่อไฟเข้ากับสายไฟ 220 โวลต์ ดังรูปที่ 8

cardboard-lamp-008

(9) นำบอร์ด i-box3 มาติดเข้าไปโดยนำสายไฟของ Relay ต่อเข้าที่ช่อง มอเตอร์ A และต่อสายแหล่งจ่ายไฟจากบอร์ดอะแดปเตอร์ไฟตรง 6.5 โวลต์ เข้าที่ขั้วบวกและลบ ของบอร์ด i-box3 ให้ถูกต้องตามรูปที่ 9.1 หรือดูการเชื่อมต่อทั้งหมดจากรูปที่ 9.2

cardboard-lamp-009cardboard-lamp-010

(10) นำโมดูล ZX-PIR ไปติดบริเวณด้านล่างของตัวโคมไฟและเก็บสายตามขอบขึ้นมาดังรูปที่ 10 แล้วเชื่อต่อกับบอร์ด i-Box3S ที่ช่อง IN 0

cardboard-lamp-011

(11) ทำกล่องบรรจุชุดแผงวงจรด้วยกระดาษลังขนาด กว้าง 12 ซม. ยาว 15 ซม. และสูง 5 ซม. ตามรูปที่ 11.1 นำมาครอบชุดแผงวงจรที่เชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้วจากขั้นตอนที่ 9 ดังรูปที่ 11.2 โดยใช้ปืนกาวแท่งหยอดให้แน่นหนา

cardboard-lamp-012

(12) สุดท้ายใส่หลอดไฟที่ขั้วหลอดแล้วเตรียมการเขียนโปรแกรม

 

การเขียนโปรแกรม
สำหรับโครงงานนี้แนะนำให้ใช้โปรแกรม Cricket Logo เนื่องจากเราต้องใช้คำสั่งพิเศษให้ i-BOX สามารถทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่ม RUN ก่อนทุกครั้ง โดยโค้ดโปรแกรมเขียนตามรูปที่ 12 ที่ช่อง Command Center ให้ใส่โค้ด setautorun 1 เข้าไปด้วย

cardboard-lamp-013

หลักการทำงานและการทดสอบ
เมื่อเสียบปลั๊กหรือต่อไฟ 220 โวลต์ (โปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ) เข้าระบบทั้งหมดแล้ว แผงวงจร i-BOX จะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ และเมื่อโมดูล ZX-PIR ตรวจพบความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต แผงวงจร Relay1i จะต่อหน้าสัมผัสทำให้หลอดไฟติดสว่างเป็นเวลา 1 นาที เมื่อครบ 1 นาที โปรแกรมจะตรวจสอบซ้ำไปเรื่อยๆ หากยังมีความเคลื่อนไหวอยู่บริเวณนั้นก็จะสั่งให้ แผงวงจร Relay1i ต่อหน้าสัมผัสทันที

cardboard-lamp-014

ท่านผู้อ่านสามารถเปลี่ยนการหน่วงเวลาให้มากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ตามแต่ท่านผู้อ่านเห็นสมควร

ข้อควรระวัง
ในส่วนการติดตั้งหากทำไว้สำหรับเสียบปลั้กก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ แต่หากต้องการนำไปเปลี่ยนกับโคมไฟเดิม ขอให้ใช้ความระมัดระวัง เอาเบรกเกอร์ตัดไฟลงก่อนทุกครั้งที่ต้องเกี่ยวข้องกับไฟ 220 โวลต์ หรือให้ช่างไฟมืออาชีพมาติดตั้งให้จะปลอดภัยกว่า

ก็เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการทำโคมไฟทั้งหมดของเรา ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมครับ เพียงเท่านี้คุณก็มีโคมไฟที่ไม่เหมือนใคร หรือจะรียกว่ามีชิ้นเดียวในโลกก็ว่าได้ ขอให้สนุกกับการทำโคมไฟอาร์ตๆ สไตล์คุณ